รถกระบะขนของไปขนย้ายที่ไหนก็ฝนตก

บริการรถกระบะขนของไปขนย้ายที่ไหนก็ฝนตก

          เมื่อวานมีใครติดฝนบ้างหรือป่าวครับ ทีมรถกระบะขนของนี่โดนกันตั้งแต่บ่ายเลยครับ ก็ออกไปทำงานกระบะขนของก็ออกไปทำงานกันตามปกติครับ เช้าก็มันก็ดีอยู่หรอกครับ แต่อากาศมันร้อนจนรู้สึกว่าฝนมันมาแน่ๆ แล้วก็เป็นไปอย่างที่เราคาดคิด งานกระบะขนย้ายบ้านหลังจากเที่ยงไปใช้เวลาขนย้ายกันเป็นชั่วโมงครับ ประเด็นคือวันนี้งานเยอะด้วยครับ ตอนแรกผมก็ตื่นเต้นใหญ่เลยครับนานทีมงานรถกระบะขนของจะเข้ามาเยอะขนาดนี้

รถกระบะขนของไปขนย้ายที่ไหนก็ฝนตก
รถกระบะขนของไปขนย้ายที่ไหนก็ฝนตก

          แต่ต้องบอกตามตรงว่าตั้งแต่เที่ยงอะไรๆมันก็ไม่เป็นไปตามแผนครับ งานคิวแรกเลยผมและน้องๆในทีมซึ่งวันนี้พาไป 2 คน รวมผมด้วยก็เป็น 3 คน งานจองมีทั้งหมด 3 งานด้วยกัน ก่อนที่เราจบงานที่ 1 ผมได้งานรถกระบะขนของมาอีกตัว ซึ่งเป็นงานด้วยถูกวางเอาไว้อยู่คิวที่ 4 ครับ แต่รอลูกค้ายืนยันมาอีกที แต่ในใจก็มั่นใจว่าได้งานแน่นอนครับ เพราะระยะทางที่ลูกค้าบอกมา ผมก็เชื่อว่าราคาที่ให้ไปค่อนข้างที่จะถูกมากๆแล้วครับ ก็เริ่มงานคิวแรกด้วยการเปิดที่คอนโดห้องหนึ่งครับ ลูกค้าเขาต้องการที่จะย้ายกลับบ้านของใหญ่ๆมีไม่เยอะครับ ห้องที่เช่าปัจจุบันเขามีของให้เกือบครบอยู่แล้วครับ พวกตู้เสื้อผ้า ที่นอน เตียง โต๊ะ แม้กระทั่งชั้นวางของเขาก็มีให้ แต่ลูกค้าก็ซื้อเข้ามาเพิ่มครับ ลูกค้าซื้อตู้เย็นมาเพิ่ม 1 ตู้ นอกนั้นจะเป็นของเล็กๆถูกเก็บใส่กล่องไว้จำนวนมากครับ ส่วนใหญ่จะเป็นลังหนังสือ ลูกค้าเขาชอบอ่านหนังสือมากครับ ลังหนังสือน่าจะประมาณ 8-10 ลังได้เลยครับ แล้วแต่ละลังต้องใช้ผู้ชาย 2 คนยกครับ ทุกอย่างถูกเก็บเอาไว้อย่างดีก็จริงอยู่ครับ แต่ด้วยน้ำหนักแล้วก็จำนวนที่มากทำให้ผมต้องเดินอยู่หลายรอบเหมือนกันครับ ที่จะเหนื่อยที่สุดก็น่าจะเป็นช่วงที่ผมและน้องๆต้องขนย้ายเข้าบ้านครับในวันที่อากาศร้อนๆขนาดนั้น แล้วลูกค้าพักอยู่ชั้น 3 ของบ้านครับ เพราะบ้านลูกค้าเป็นตึกแถวครับ งานนี้ทีมเราใช้เวลาค่อนข้างที่จะนานหน่อยครับกว่าจะจบงานคิวแรก แต่มันก็พอดีกับงานคิวที่ 2 เพราะมันดึงเวลาห่างออกไปค่อนข้างที่จะมากครับ ทีมงานของเราก็ได้มีโอกาสพักหายใจหายคอกันบ้างครับ

          เริ่มงานคิวที่ 2 ด้วยความรู้สึกที่ว่าฝนมันต้องตกแน่ๆ หลังจากเที่ยงขึ้นไปไม่ว่ารถกระบะขนของจะไปที่ไหน ฝนก็จะตามตกที่ไหนนั้นละครับ ตั้งแต่ออกตัวจากปั๊มที่ทีมเราไปแวะพักทานข้าวฝนตกตอนทานข้าวอยู่ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เพราะคิดว่ากินข้าวเสร็จเดี๋ยวฝนมันก็หายไป แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิดดูเหมือนว่ามันจะยิ่งตกหนักขึ้นไปอีก แต่เราไม่เวลาแล้วครับ ยังไงก็ต้องไปรีบเดินไปขึ้นรถกันเลยตัวเปียกเล็กน้อยครับ ถึงแม้ว่ารถจะจอดใกล้ก็ตามแต่ฝนเจ้ากรรมมันตกหนักมากจริงๆ ขับไปได้สักพักใหญ่ ฝนหยุดสนิท ทีมเราก็สบายใจไปเปลาะหนึ่ง แต่พอจะเข้าหมู่บ้านลูกค้าเท่านั้นละ ฝนก็เทลงมาอีกรอบ ของงานที่ 2 ที่ทีมเราต้องไปย้ายก็คือ ของที่ใช้ในสวนครับหรือสนามหญ้าครับ พวกเตาบาบีคิว โต๊ะกับเก้าอี้สนาม เต็นท์สนาม ซึ่งตอนนี้มันดูไม่เหมือนเต็นท์แล้วครับ ลมพัดไปกองอยู่ข้างสนาม ถึงบ้านลูกค้าผมก็ทำได้แค่โทรบอกครับว่าผมมาถึงแล้ว เราจดรถได้แค่หน้าบ้านครับ เพราะถ้าลงจากรถคือเปียกทันที รออยู่เกือบ 30 นาทีกวาจะขนได้แล้วโต๊ะสนามถึงแม้ว่ามันจะพับได้แต่มันก็เป็นไม้มันจะอุ้มน้ำพอสมควรครับ น้ำหนักมันก็เพิ่มขึ้นมาอีกครับ เต็นท์ที่เคยเป็นที่ไว้หลบแดดตอนนี้กลายเป็นอะไรไปแล้วก็ไม่รู้ต้องเอาขึ้นอย่างสุดท้ายเลย ในระหว่างที่คนในก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงนะครับ แต่มันตกเบาลงจากเดิมเท่านั้นครับ ดีที่ของมันเป็นอุปกรณ์สนามเปียกได้อยู่แล้ว ทีมก็ยอมโดนฝนหน่อย จะได้ไม่ต้องรอนานครับจบงานที่ 2 เสียเวลากันเยอะมาก แต่ก็ไม่เท่างานที่ 3 ครับ เพราะงานนี้ระยะทางไม่ไกลก็จริง แต่ด้วยความที่ฝนมันต้องรถมันก็ติดครับ เราไปรับของมาแล้วจากต้นทางก็ต้องมาติดอยู่บนถนนเป็นชั่วโมงครับ มันไม่ขยับไปไหนเลยลูกค้าที่ขับนำรถเราก็จอดอยู่กับทีมเรานี่ละครับไปไหนไม่ได้เลยต้องมานั่งลุ้นอีกว่าจะไปทันเวลาขนย้ายของคอนโดหรือเปล่า ดีที่สุดท้ายถึงสายก็ทันเวลา

5/5 (1)

Please rate this


แชร์เรื่องเล่ารถรับจ้าง
admin